วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Recorded Diary 8 october 6.2015

Recorded Diary 8 october 6.2015






The knowledge

เพื่อนนำเสนอโทรทัศน์ครู

นางสาวเวรุวรรณ ชูกลิ่น
 เรื่องกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก
จัดเป็นการเล่นของเล่นโดยการทดลอง

1.เรื่องแรงโรยตัว เป็นของเล่นเกี่ยวกับการทำนักดำน้ำจากหลอดกาแฟ เมื่อบีบขวดทำให้หลอดที่มีอากาศอยู่ข้างในเข้าไปแทนที่น้ำหลอดจึงจมลง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของอากาศ + แรงดันอากาศ


2.เรื่องเลี้ยงลูกด้วยลม เป่าให้ลูกบอลลอย ใช้หลอดเป่าลมประคองวัตถ

3.ถุงพลาสติกมหัศจรรย์ ใช้ดินสอทิ่มถุงพลาสติก น้ำไม่สามารถไหลออกได้ เนื่องจากเนื้อพลาสติกเกิดการขยายตัวขึ้น

4.ความดันยกของ เราสามารถยกของต่างๆได้อย่างไร การทดลองคือ นำเอาวัตถมาวางทับุงพลาสติกจากนั้นเป่าลมเพื่อทำให้พองจึงจะสามารถทำให้วัตถุลอยขึ้นได้




นางสาว วัชรี  วงศ์สะอาด 
เรื่อง วัยอนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

     
 ครูจะพาเด็ก ๆ สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวทุกเช้าหลังเข้าแถวเสร็จ  ครูจะพาเด็ก ๆ เดินสำรวจรอบโรงเรียน  เด็กจะได้ความเป็นนักวิทยาศาสตร์เริ่มจากการสังเกต วิธีการสอนจากการสำรวจจะเชื่อมโยงไปถึงหน่วยการเรียนรู้ในห้องเรียนด้วย เช่น คุณครูสอนเด็กเรื่อง หญ้าแฝกทำไมถึงกันดินทลายได้  ครูก็จะเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็ก  และเด็กก็จะได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง  เด็กได้ลองเทน้ำลงไปในดินเปล่า  และดินที่มีหญ้า  เด็กก็จะเห็นถึงความแตกต่างกัน


นางสาว ภัทรวรรณ  หนูแก้ว เลขที่ 16 เรื่อง นารีวุฒบ้านวิทยาศาสตร์น้อย


บ้านวิทยาศาสตร์หนูน้อย จัดการเรียนการสอนทดลองวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กอนุบาลในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เพื่อส่งเสริมให้น้องอนุบาลได้รู้จักคิด ชังสังเกตและคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลตัวอย่างการทดลองตัวทำละลาย ในการทดลองครูจะถามเด็ก ๆ ว่าอุปกรณ์ที่วางอยู่เรียกว่าอะไรและถามถึงประสบการณ์เดิมของเด็กให้เด็กได้อธิบาย จากนั้นเริ่มการทดลอง โดยมีเกลือ น้ำตาลและทราย และจะให้เด็กสังเกตว่าทั้ง 3 อย่างนี้มีตัวไหนสามารถละลายน้ำได้บ้าง ให้เด็กตอบ ครูจะเป็นผู้เฉลยหลังจากที่เด็กได้ตอบคำถามแล้วตัวอย่างการทดลองจมหรือลอย  โดยมีทดลองแยกเป็น 2 ส่วน คือ น้ำกับน้ำมัน และทรายกับน้ำตาลและน้ำ แล้วจึงตั้งคำถามว่าทำไมน้ำมันถึงลอยน้ำได้ แต่ทำไมทรายและน้ำตาลถึงจมน้ำ



ทำกิจกรรมกลุ่ม  




จัดทำหัวข้อที่จะสอนเด็กเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยเเบ่งตามหน่วยทั้ง 4 หน่วย





หน่วยที่ 1  : ตัวเด็ก




หน่วยที่ 2  : เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก




หน่วยที่ 3 : บุคคลเเละสานที่




หน่วยที่ 4  : ธรรมชาติรอบตัว


กลุ่มของดิฉันได้หน่วย  ตัวเด็กเรื่องร่างกายของฉัน






Skill
    การใช้คำถามถามข้อสงสัยในสิ่งที่เพื่อนนำเสนอเพื่อให้ได้รับความรู้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นฝึกคิดหลักการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับของเล่นที่เราหยิบมาการปรับให้ของเล่นในวิทยาศาสตร์มีความยืดหยุ่นเเละเหมาะกับการเล่นได้หลากหลายรูปแบบ





วิธีการสอน
   ให้นักศึกษาระดมความคิดกับเรื่องที่กลุ่มตัวเองได้รับมอบหมาย ให้แรกเป็นความคิดซึ่งกันและกัน




Classroom Evaluation
   ห้องเรียนสะอาดกว้าง อุปกรณ์การเรียนเหมาะกับการใช้สอย

Self Evaluation
   มาเรียนตรงเวลา ทำงานมาส่งตามที่อาจารย์ได้รับมอบหมาย 
  
Evaluation for classmated
เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ทำงานมาส่งตรงเวลาตามที่ได้รับมอบหมาย
   
Evaluating teacher
   อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนเรียบร้อย อธิบายเข้าใจง่าย




Recorded Diary 7 September 22.2015


การนำเสนอวิจัย

The knowledge


นำเสนอวิจัยของนางสาว รัตนาภรณ์ คงกะพันธ์

เกี่ยวกับเรื่องการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร 

ของ  ผู้วิจัย เสกสรร มาตวังแสง  โดยลักษณะในการจัดกิจกรรมคือการให้เด็กได้ลงมือทำเอง 
ทําการศึกษากับกลุมตัวอยางที่เปนเด็กปฐมวัย โดยผูวิจัยสรางความคุนเคยกับกลุมตัวอยาง1 สัปดาหกอนการทดลอง จากนั้นนทําการทดสอบเพื่อวัดการคิดวิจารณญาณกอนการทดลองโดยใชแบบทดสอบการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ผูวิจัยสรางขึ้น นําแบบทดสอบการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยมาทดสอบอีกครั้ง และนําขอมูลทที่ไดจาก

การทดสอบไปทําการวิเคราะหขอมูลดวยวิธีการทางสถิต


วิจัยของนางสาว วราภรณ์ แทนคำ

เกี่ยวกับเรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยของผู้วิจัย จุฑามาศ เรือนกำ  เป็นการสร้างเเละการใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยชุดกิจกรรมถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีระบบ โดยใชุชุดกิจกรรมทั้งหมด 20 ชุด การจัดกิจกรรมเเละเวลาที่ใช้ก็มีความเหมาะสมเเละสอดคล้องกับวัย


วิจัยของนางสาว ยุภา ธรรมโคตร

เกี่ยวกับเรื่อง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ของผู้วิจัย ยุพาภรณ์ ชูสาย    จะจัดกิจกรรมแบบเป็นการทดลองเปิดโอกาสให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเอง เป้นการให้อิสระแก่เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองซึ่งครูคอยแนะนำและช่วยเหลือให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ด้วยการทดลอง เรื่องสีจากธรรมชาติ จะสอนในเรื่อง การสังเกต การจำแนก และการหามิติสัมพันธ์


นำเสนอสื่อ เรื่องความสมดุล

ชื่อของเล่น ตาชั่งโยกเยก



อุปกรณ์
โฟมรูปทรงกลม
กาว
กรรไกร
กระดาษสี
กล่องขนาดเล็ก
กระดาษลัง
ดินสอ
ไม้บรรทัด
คัตเตอร์

ขั้นตอนการทำ




   1. ตัดโฟมให้เป็นครึ่งวงกลม




   2. ตัดกระดาษสีเป็นครึ่งวงกลมแล้วนำไปติดกับโฟมที่ตัดเตรียมไว้ทั้งสองด้าน






3.ตัดกระดาษสีปิดขอบของโฟมแล้วนำกระดาษลังที่เตรียมไว้ตัดเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้ามาติดด้านบนของโฟม






4.นำกล่องขนาดเล็กที่เตรียมไว้มาวางไว้ทั้งสองข้างของกระดาษลังเป็นอันเสร็จสิ้น





วิธีเล่น

นำสิ่งของเติมลงไปในแต่ละข้างของกล่อง โดยให้เติมพร้อมๆกัน
ถ้าตาชั่งเอนไปทางกล่องไหน แสดงว่าของในกล่องนั้นมีน้ำหนักมากกว่า
แล้วให้เติมของลงในกล่องที่เบากว่า เพื่อให้เกิดความสมดุลของน้ำหนัก


ความสมดุล คือ องค์ประกอบ ในงานออกแบบทัศนศิลป์ ที่เกี่ยวข้องกับการ สิ่งต่าง ๆ ที่จัดวางภายในงานออกแบบนั้น ว่า อะไร อยู่ตรงไหน เมื่อมองแล้วให้ความรู้สึกไปสองทาง คือ รู้สึกว่ามีความเท่ากันทั้งสองข้าง  และรู้สึกว่าไม่หนักไปข้างใดข้างหนึ่ง



 Skill
   อาจารย์ให้ออกมานำเสนอของเล่นพร้อมกับหลักการทางวิทยาศาสตร์และนำเสนอวิจัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย
  
วิธีการสอน
   การบรรยายและให้นักศึกษาออกมานำเสนองานตนเองให้ความรู้กับเพื่อนๆ

Classroom Evaluation

   ห้องเรียนสะอาดกว้าง อุปกรณ์การเรียนเหมาะกับการใช้สอย

Self Evaluation
   มาเรียนตรงเวลา ทำงานมาส่งตามที่อาจารย์ได้รับมอบหมาย มีการเตรียมความพร้อมก่อนนำเสนอ
  
Evaluation for classmated
เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ทำงานมาส่งตรงเวลาตามที่ได้รับมอบหมาย
   
Evaluating teacher
   อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนเรียบร้อย สอนโดยการให้นักศึกษาออกมานำเสนอผลงานและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลงานได้อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย
  





วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

Recorded Diary 6 September 15.2015


การทำงานของสมอง



การนำเสนอบทความ

1. นางสาว สุจิตรา  มาวงษ์

เรื่อง แนวทางสอนคิด เติม วิทย์ ให้เด็กอนุบาล

แนวทางในการ "สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก" อันประกอบแนวทางปฏิบัติ ข้อดังนี้             1. ตั้งคำถามที่เด็กสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง เช่น คำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว หรือโลกของเรา
         2. ออกไปหาคำตอบด้วยกัน เนื่องจากคำถามในระดับเด็กอนุบาลมักจะเปิดกว้าง ดังนั้นการค้นหาคำตอบอาจมีครูคอยช่วยจัดประสบการณ์ให้เด็กตามที่เขาตั้งขึ้น

        3. เมื่อขั้นสองสำเร็จ เด็กจะเอาสิ่งที่เขาค้นพบมาไปตอบคำถามของเขาเอง ในขั้นนี้คุณครูอาจช่วยเสริมในแง่ของความครบถ้วนสมบูรณ์หรือในด้านของเหตุและผล

       4. นำเสนอสิ่งที่เขาสำรวจตรวจสอบมาแล้วให้กับเพื่อน ๆ
      5. การนำสิ่งที่เด็กค้นพบคำตอบนั้นไปเชื่อมโยงกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ 


2. นางสาวปภัสสร สีหบุตร
เรื่อง เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทานเด็กปฐมวัย

การสร้างเจตคติที่ดีต่อเด็ก ใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และต้องมีเทคนิคในการเล่านิทาน เช่น น้ำเสียง หุ่นมือ เป็นต้น จะช่วยให้เด็กมีความเข้า สนุกสนานในการฟังนิทาน

 วิทยาศาสตร์
- การเปลี่ยนแปลง 
-ความแตกต่าง รูปร่าง ลักษณะ

 หลักการ/แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
กีเซล เชื่อว่า พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างมีแบบแผน ดังนั้น การจัดกิจกรรมกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะจึงเป็นการปฏิบัตืเพื่อพัฒนาเด็ก

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)

การเรียนรู้แบบองค์รวม






การพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย



1.การเรียนรู้เเบบองค์รวมที่ครอลคลุมพัฒนาการทุกด้าน


2.เรียนรู้อย่างมีความสุข



3.การคิดเเละปฏิบัติจริง





ความสำคัญของวิทยาศาสตร์

-ตอบสนองความต้องการตามวัยของเด็ก

-พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์



-เสริมสร้างประสบการณ์



ประโยชน์ของการเรียนวิทยาศาสตร์

-พัฒนาความคิดรวบยอด

-พัฒนาทีกษะการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์




ทักษะ (Skill)
   อาจารย์สอนโดยให้นักศึกษาระดมความคิด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของสมองตามความเข้าใจของตนเอง 
           
วิธีการสอน
    การถามตอบและการบรรยายประกอบกับ power point

ประเมินห้องเรียน (Classroom Evaluation)
   ห้องเรียนสะอาด ห้องกว้างมีพื้นที่เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษาอุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้สอย


ประเมินตนเอง (Self Evaluation)
   มาเรียนตรงเวลา แต่งกายมาเรียนถูกระเบียบ เตรียมความพร้อมก่อนมาเรียน 

ประเมินเพื่อน (Evaluation for classmated)
   เพื่อนมาเรียนตรงเวลา ส่วนมากแต่งกายมาเรียนถูกระเบียบ 

ประเมินอาจารย์ (Evaluating teacher)
   อาจารย์แต่งกายถูกระเบียบ มาสอนตรงเวลา มีการเตรียมเนื้อหาการสอนมาอย่างดี และสอนให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและเข้าใจง่าย




Recorded Diary 5 September 8.2015


Recorded Diary 5 September 8.2015

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)

อาจารย์ให้กระดาษมา 1 แผ่น และให้ออกแบบเกี่ยวกับสื่อที่จะใช้สอนวิทยาศาสตร์มา 1 สื่อ

สอนเรื่องลม สื่อที่ใช้ จรวจ







   การลอยของกระดาษ 1 แผ่นก่อน เมื่อเราปล่อยกระดาษจากที่สูงในแนวราบ กระดาษจะร่อนและลดระดับไปเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้เคลื่อนที่คือน้ำหนัก แรงดึงคือน้ำหนัก แรงที่ทำให้ลอยคือแรงต้านของอากาศ และเมื่อนำกระดาษมาวางบนมือแล้วพุ่งไปข้างหน้า กระดาษจะเคลื่อนที่ไปในระยะสั้นมากและไม่มีทิศทาง ก่อนจะหล่นลงมาภายใต้เงื่อนไข คือแรงโน้มถ่วง แรงอากาศ และแรงผลักหรือแรงพุ่งไปข้างหน้าเมื่อเรานำกระดาษเอ 4 โค้งเป็นตัวยูทั้งหัวและท้าย โดยไม่มีรอยพับ จับกระดาษทั้ง 2 ข้างพุ่งไปข้างหน้า แผ่นกระดาษจะมีแรงต้านลดลง และพุ่งไประยะทางเพิ่มขึ้น แต่ทิศทางไม่แน่นอนเหมือนกัน แต่เมื่อทำรูปแบบเดิมคือทำให้กระดาษโค้ง แต่กรีดเป็นรอยพับแนวยาวแล้ว พุ่งไป จะไปได้ไกลขึ้น ขณะที่กระดาษกางออกจะไม่เป็นแผ่นแต่จะเป็นรูปตัววี ซึ่งเป็นเชฟหรือรูปแบบที่เคลื่อนที่ในอากาศได้ง่าย


ทักษะ (Skill)
    อาจารย์สอนโดยให้นักศึกษาได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้ทดลองว่าสิ่งที่คิดที่พูดนั้นเป็นจริงหรือไม่สอนให้รู้จักการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง


วิธีการสอน
   ให้นักศึกษาทำสื่อจากกระดาษ 1 แผ่น เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ แล้วให้นำเสนอตามหลักวิทยาศาสตร์

ประเมินตนเอง (Self Evaluation)

   ตั้งใจเรียน มาเรียนตรงเวลาแต่งกายถูกระเบียบเรียบร้อย

ประเมินเพื่อน (Evaluation for classmated)

   เพื่อนตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือดีมากในการทำกิจกรรมและการแสดงความคิดเห็น แต่งกายมาเรียนถูกระเบียบเรียบร้อย
    
ประเมินห้องเรียน (Classroom Evaluation)
  ห้องเรียนสะอาด อุปกรณ์การเรียนสะดวกต่อการใช้สอย 

ประเมินอาจารย์ (Evaluating teacher)
   อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนเรียบร้อย มีการเตรียมตัวมาสอนเป็นอย่างดีใช้คำพูดในการสอนได้เหมาะสมอธิบายเนื้อหาละเอียดเข้าใจง่าย


Recorded Diary 4 September 1.2015

Recorded Diary 4 September 1.2015



งดการเรียนการสอน
    เนื่องจากทางคณะศึกษาศาสตร์มีการจัดโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ ในวันที่ 1 กันยายน 2558 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 28 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ช่วงเช้าฟังบรรยาย ในหัวข้อเรื่อง "ทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21"บรรยายโดย อ.ดร.อภิภู สิทธิภูมิมงคล

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)







การเรียนรู้เพื่อชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันการเรียนรู้สาระวิชา(content หรือ subject matter) ควรเป็นการเรียนจากการค้นคว้าเองของตัวผู้เรียน โดยผู้สอนช่วยแนะนำและช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถประเมินความก้าวหน้าของการเรียนรู้ของตนเองได้

ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 3R  7C
3R คือ
- Reading (อ่านออก)
- (W) Riting (เขียนได้)
- (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)


สรุป การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้าม "สาระวิชา" ไปสู่การเรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้ แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเองโดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเรียนรู้แบบ PBL ( Problem-Based Learning)ของนักเรียนซึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้คือ ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ 







ทักษะ (Skill)

รู้การหาวิธีการสอนที่แปลกใหม่

วิธีสอน

การบรรยายประกอบกับ power point


ประเมินสภาพห้องเรียน

เย็นสบาย แต่สถานที่ห้องดูแคบ

ประเมินตัวเอง

ตั้งใจฟังดี  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อยถูกระเบียบ

ประเมินเพื่อน

คนเข้าเดินออก ไม่ตั้งใจฟัง

ประเมินอาจารย์
พูดหน้าสนใจ แต่งกายสุภาพ